ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ

  1. ผู้ลงผลงานอาจมีการนำเข้าหรือแชร์ลิงค์ออกไปยังเว็บไซต์อื่น หรือแพลตฟอร์มของบุคคลอื่น ในกรณีดังกล่าว หากเกิดปัญหาใดๆ หลังจากการแชร์ลิงค์ออกไปภายนอก จะไม่ถือเป็นความรับผิดชอบของทาง ‘คลังความรู้.com’ ทุกกรณี
  2. เมื่อสมัครสมาชิกเพื่อลงผลงาน หรือใช้บริการ ทางเราอาจขอข้อมูลบางประการจากผู้สมัครโดยผู้สมัครสามารถสร้างข้อมูลสมาชิกต่าง ๆ ได้เอง เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ วัน/เดือน/ปี เกิด หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาพถ่ายที่ผู้ใช้งานอาจทำการอัพโหลดเข้ามาในระบบ ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อข้อมูลสมาชิกของที่ตนเองสร้างขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ รูปภาพหรือสถานที่ต่าง ๆ ท่านต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงความเสี่ยงในการแสดงข้อมูลนั้น ๆ
  3. หากผู้สมัครตัดสินใจเข้าใช้บริการ ‘คลังความรู้.com’ โดยผ่านบริการยืนยันตัวตนของผู้ให้บริการอื่น เช่น ผู้ให้บริการเฟสบุ๊คหรืออีเมล เป็นต้น ทางเราอาจได้รับข้อมูลประวัติหรือข้อมูลอื่นเพิ่มเติมตามที่ผู้ให้บริการรายดังกล่าวแสดงผลและกำหนดไว้
  4. ข้อมูลจากเว็บไซต์และอุปกรณ์เคลื่อนที่อาจมีการบันทึกข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของเรา เช่น ข้อมูลที่ได้รับจากอุปกรณ์หรือเว็บบราวเซอร์ของผู้สมัคร รวมถึงไอพีแอดเดรส โดยการดำเนินการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นที่เว็บไซต์ ‘คลังความรู้.com’ หรือบนแพลตฟอร์มบุคคลภายนอกด้วย
  5. ‘คลังความรู้.com’ อาจใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมและควบคุมไว้เพื่อวิเคราะห์ปรับปรุงบริการด้านต่าง ๆ เพื่อให้บริการได้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งาน ดังนั้นจึงอาจมีการติดต่อสมาชิกสำหรับการสื่อสารด้านการตลาดที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทางติดต่อสื่อสารใดๆ ที่ใช้การได้
  6. ข้อมูลที่ ‘คลังความรู้.com’ เก็บรวบรวมจะได้รับการปกป้องโดยขั้นตอนรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตามสมควร เพื่อป้องกันการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น ผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามนโยบายที่ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้อย่างเคร่งครัด โดยจะไม่กระทำการใดอันเป็นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ใช้งานอื่นหรือบุคคลภายนอก ทั้งนี้หาก ‘คลังความรู้.com’ พบการล่วงละเมิดดังกล่าว เราขอสงวนสิทธิในการยกเลิกและปิดกั้นการเข้าใช้ของผู้ใช้งานผู้กระทำการล่วงละเมิดนั้น

    กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลและช่องทางติดต่อสื่อสารของผู้ใช้งานเสียหายหรือสูญหาย ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งรวมถึง การจารกรรมด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Hack) หรือวิธีการอื่น ‘คลังความรู้.com’ ขอสงวนสิทธิโดยไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายหรือสูญหายดังกล่าว หรือต่อความเสียหายสืบเนื่องใดๆ ทั้งสิ้น

  7. หลังจากซื้อผลงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ผลงานชิ้นนั้น ๆ จะถูกเก็บไว้ใน ‘คลัง’ ของผู้ใช้บริการเพื่อให้พร้อมเข้าอ่านได้ตลอดเวลา ผู้ใช้บริการจะสามารถเข้าอ่านได้ตลอดแม้ว่าผลงานชิ้นนั้นจะถูกลบออกจากหน้าเสนอขายไปแล้วก็ตาม
  8. ผู้ลงผลงานมีสิทธิในการอัพเดตและปรับเปลี่ยนเนื้อหาของผลงานที่ถูกซื้อไปแล้วได้ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบจากระบบของเราก่อน
  9. ผู้ใช้บริการไม่มีสิทธินำผลงานที่ซื้อไว้ไปทำซ้ำ หรือเผยแพร่ต่อในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด
  10. ผู้ใช้บริการไม่สามารถขอคืนเงินได้ทุกกรณี หลังจากทำการซื้อไปแล้ว
cover
การก่อความไม่สงบโดยใช้รถยนต์ติดตั้งวัตถุระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
  • 0.0 (0)
  • |
  • ขายได้: 0
เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ที่พบได้และเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2547 คือ การเกิดเหตุระเบิดขึ้นในรถยนต์ที่ติดตั้งวัตถุระเบิดไว้ ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต อาคารสถานที่รวมถึงทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก และสร้างความหวาดระแวงและความตึงเครียดให้กับประชาชนในพื้นที่ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและวิเคราะห์เหตุการณ์การระเบิดรถยนต์ที่ติดตั้งวัตถุระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อทราบถึงสถานการณ์ปัญหาและลักษณะรูปแบบ วิธีการของการก่อเหตุความไม่สงบ เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น โดยศึกษาเฉพาะสถานการณ์ปัญหาการก่อความไม่สงบโดยใช้รถยนต์ติดตั้งวัตถุระเบิดในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา ที่เกิดขึ้นช่วงปี พ.ศ.2547 ถึง 2552 เป็นระยะเวลา 5 ปี ใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหาจากการศึกษาจากเอกสาร
จากการวิเคราะห์พบสถิติการก่อความไม่สงบ โดยรถยนต์ติดตั้งวัตถุระเบิด จำนวน 7 กรณี โดยลักษณะสถานที่เกิดเหตุ อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดคือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งนราธิวาสมี ความถี่ในการเกิดเหตุการณ์มากที่สุดถึง 4 ครั้ง รองลงมาคือจังหวัดยะลา จำนวน 2 ครั้ง และจังหวัดปัตตานี จำนวน 1 ครั้ง และไม่มีการก่อเหตุในจังหวัดสงขลา โดยสถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นสถานที่สาธารณะคือ ร้านอาหาร ถนน โรงแรม สถานีรถไฟ โรงเรียน และสถานที่ราชการคือ ที่ว่าการอำเภอ แสดงให้เห็นว่าผู้ก่อความไม่สงบมีเป้าหมายบริเวณชุมนุมชนหรือสถานที่ที่มีการชุมนุมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการสัญจรผ่านเข้า-ออก ได้ง่าย ไม่เป็นที่น่าสงสัยและไม่ใช่สถานที่ที่มีการควบคุมตรวจตราอย่างเข้มงวด และไม่มีการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวในตัวอาคาร ลักษณะรูปแบบการก่อเหตุใช้รถยนต์เก๋ง 85.1% และรถยนต์กระบะ14.29% รถยนต์ใช้หลากหลายยี่ห้อ คือยี่ห้อมิตซูบิชิมากที่สุด 45.85% และยี่ห้อโตโยต้า ฮอนด้า แดวู มาสด้า คิดเป็นร้อยละ 14.28% ส่วนใหญ่ค่ายเอเชีย ไม่มีรถยุโรป หมายเลขทะเบียนยะลา ปัตตานี สงขลา และกรุงเทพมหานคร เป็นรถยนต์ที่มีประวัติแจ้งหาย และเป็นรถยนต์เก่าที่ถูกซื้อมาจากร้านขายรถยนต์มือสองอีกทอดหนึ่ง ในส่วนของแผ่นป้ายทะเบียนอาจจัดทำขึ้นใหม่หรือเป็นป้ายทะเบียนจากรถยนต์คันอื่นซึ่งนำมาติดไว้เพื่ออำพรางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พฤติกรรมการก่อเหตุพบว่าคนร้ายติดตั้งวัตถุระเบิดแสวงเครื่องขนาดใหญ่ไว้ที่ตำแหน่งต่างๆ ของตัวรถยนต์ แล้วขับไปยังสถานที่เป้าหมายก่อนเวลาระเบิดในวันก่อเหตุ จอดรถในตำแหน่งที่กำหนดให้ใกล้เคียงเป้าหมายมากที่สุด แล้วทิ้งรถยนต์ติดตั้งวัตถุระเบิดไว้โดยมีผู้ขับขี่ยานพาหนะอีกคันหนึ่งมารับไป ต่อมาไม่นานจะจุดชนวนระเบิดด้วยกลไกที่ติดตั้งไว้ โดยคนร้ายจะวนเวียนอยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุ และจะมีเหตุการณ์ความไม่สงบอื่นๆ ร่วมด้วยในละแวกและเวลาที่ใกล้เคียงกัน ลักษณะของวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง ที่ติดตั้งในรถยนต์ใช้ถังดับเพลิงและถังแก๊ส LPG ขนาด 15 กิโลกรรม จำนวน 1 และ 2 ลูกพ่วงติดกัน เป็นภาชนะบรรจุดินระเบิดหลักซึ่งมักใช้ ANFO Dynamite และปุ๋ยยูเรีย ตัวจุดระเบิดเป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย นาฬิกาข้อมือดิจิตอล และรีโมทคอนโทรล ไม่พบการจุดระเบิดด้วยกลไกของรถยนต์ จากการวิเคราะห์เหล่านี้ทำให้ได้มาซึ่งมาตรการในการป้องกันและแก้ไขการก่อความไม่สงบโดยใช้รถยนต์ติดตั้งวัตถุระเบิดคือต้องมีการจัดระบบดูแลความปลอดภัยสถานที่ให้เข้มงวด ติดตามควบคุมการออกทะเบียนรถยนต์และผู้ครอบครอง และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งหาย ให้ความรู้เจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบรถยนต์ทุกชนิดอย่างเป็นระบบ มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่สาธารณะให้ทั่วถึง ทำการจัดแบ่งพื้นที่จอดรถยนต์ให้อยู่ห่างไกลจากตัวอาคารและชุมนุมชน และรัฐบาลให้การสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ในการปฏิบัติงานให้พร้อมอยู่เสมอ และนำกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพของการสืบสวน สอบสวน ดำเนินคดี

รูปแบบ และแนวทางการลงผลงาน

รูปแบบการลงผลงาน

การลงผลงานให้อ่านใน ‘คลังความรู้.com’ จะแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบโดยผู้ลงผลงานสามารถเลือกได้เองอย่างอิสระ ดังนี้

รูปแบบที่ 1: เปิดให้บุคคลทั่วไปอ่านฟรี

ผู้ลงผลงานสามารถเปิดให้ผู้ที่ต้องการศึกษาเข้าอ่านได้ฟรี เพื่อเป็นการทดลองอ่านหรือโฆษณาผลงานชุดนั้นๆ โดยที่ผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้อง Login ก็สามารถเข้าอ่านได้ ขึ้นอยู่กับผู้ลงผลงานว่ามีความประสงค์ให้อ่านฟรีมากเท่าใด อาจเป็นบางส่วนหรือทั้งชุด สิทธิ์ในการตัดสินใจเป็นของผู้ลงผลงานทั้งสิ้น อีกทั้งผู้ลงผลงานสามารถนำผลงานไปโปรโมท หรือเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

รูปแบบที่ 2: เปิดให้สมาชิกเท่านั้นที่อ่านฟรีได้

ผู้ลงผลงานสามารถติดไอคอน ‘เหรียญเงิน’ ในผลงานที่ผู้ลงผลงานต้องการสงวนไว้ให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่อ่านได้ ไอคอนเหรียญเงินที่ว่านี้จะทำให้ผู้อ่านเห็นคุณค่าของผลงานของท่าน และเหรียญเงินแต่ละดอกจะมีผลต่อการจัดอันดับ Top 10 ผลงานในแต่ละหมวดหมู่อีกด้วย

รูปแบบที่ 3: เปิดให้ผู้สนับสนุนเท่านั้นที่อ่านได้

ในกรณีที่ผู้ลงผลงานต้องการสร้างรายได้จากผลงานของท่าน ท่านสามารถเลือกที่จะติด ‘เหรียญทอง’ ในผลงานของท่านได้ โดยที่เหรียญเหล่านี้ ผู้ใช้บริการที่ต้องการจะสนับสนุนจะใช้เงินซื้อมาเพื่อแลกกับการอ่านผลงานของท่าน (ตามราคาที่ผู้ลงผลงานตั้งไว้ในแต่ละคอนเทนต์)

รูปแบบที่ 4: เปิดกว้างให้ทั้งสมาชิกและผู้สนับสนุนอ่านได้ทั้งคู่

ผู้ลงผลงานสามารถเลือกติดเหรียญเงินและเหรียญไปพร้อม ๆ กันได้ นั่นหมายความว่า ท่านยินดีที่จะให้สมาชิกอ่านฟรีและเปิดกว้างสำหรับผู้ที่พร้อมจะสนับสนุนไปด้วย ซึ่งวิธีนี้ก็จะดีมากสำหรับการโฆษณางานของตัวผู้ลงผลงานเองให้เป็นที่รู้จัก ผลงานของคุณจะไม่พลาดการจัดอันดับ Top 10 จากเหรียญเงินอีกทั้งยังสามารถได้รับการสนับสนุนจากผู้ใช้บริการในรูปแบบของเหรียญทองอีกด้วย

แนวทางการลงผลงาน

ข้อห้ามเกี่ยวกับผลงานที่นำมาลง

** ‘คลังความรู้.com’ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับระดับการแสดงผลงาน หรือระงับการให้บริการผลงานแก่ผู้ลงผลงานที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยไม่มีการแจ้งหรือขออนุญาตล่วงหน้า
*** หากเกิดการฟ้องร้องใดๆ เกี่ยวกับผลงานของผู้ลงผลงาน ทาง ‘คลังความรู้.com’ จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี เนื่องจาก ‘คลังความรู้.com’ เป็นพื้นที่ที่ใช้ลงผลงานเท่านั้น